[Shortfic Yaoi] Happy Birthday to Dongwoonie สุขสันต์วันเกิดดงอุนที่รัก -3-
posted on 06 Jun 2010 01:02 by sob2stfic in shortfictionTitle: Happy Birthday To Dongwoonnie
Paring: Dongwoon x Kikwang สิคร๊ะ
Rate: NC-17 (อยากอ่านก็คลุมเอานะตัวเอง)
Note: แต่งไว้ก่อนล่วงหน้าเดือนนึงเลยนะเนี่ย *-* สุขสันต์วันเกิดดงอุนนี่สุดหล่อนะจ๊ะ ขอให้หล่อขึ้น เสียงดีขึ้น มีสุขภาพดี ดูแลพี่ๆและคนแก่ๆในวงด้วยนะ -3- บิวตี้คนนี้เป็นกำลังใจให้ตลอดไป
*Warning!* ฟิคเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนแต่งคิดขึ้นเอง เวิ่นเว้อขึ้นเอง ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงหรือสถานการณ์จริงแต่ประการใด แค่แต่งสนองนี้ดตัวเองเท่านั้น กรุณาอย่าไปคิดเป็นเรื่องจริงเด็ดขาดนะคะ - -*
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปังๆๆๆ!!! ฟู่ววววว...
“Happy Birthday ดงอุนนี่! โว้วๆๆๆ”
เสียงของเหล่าสมาชิกกล่าวขึ้นเมื่อเจ้าของวันเกิดก้าวออกมาจากห้องนอน ดวงตาที่ยังไม่ค่อยตื่นเต็มที่หรี่มองสายรุ้งที่ฉีดใส่ตัวเองอย่างงงๆ
“อะไรเหรอครับพี่ๆ *-*?”
“เฮ้ย! วันนี้มันวันเกิดนายนะเฟ้ย ลืมได้ไงเนี่ย”
จุนฮยองดีดที่เหม่งน้องเล็กเบาๆเป็นการปลุกให้ตื่นเต็มที่ ดงอุนลูบเหม่งตัวเองให้หายเจ็บพร้อมขมวดคิ้ว แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าวันอาทิตย์นี้มันวันเกิดตัวเองนี่หว่า - -*
“แก่ขึ้นอีกปีแล้วนะพ่อรูปหล่อ ขอให้มีความสุขมากๆนะ”
จุนกอน ผู้จัดการวงตัวใหญ่เดินมาให้ศีลให้พรโดยตบหัวเบาๆ
“พอผมแก่พี่จุนกอนก็หง่อมแล้วล่ะครับ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ”
“เฮ้ย! อยากสิ้นชีพเป็นการฉลองวันเกิดมั๊ย - -*”
“โอ๊ย!”
เสียงหัวเราะดังลั่นตามมาจากสมาชิกทุกคนเมื่อจุนกอนเฮดล็อกดงอุน 1 ที ดงอุนยิ้มให้กับบรรยากาศรื่นเริงภายในบ้าน
แต่รอยยิ้มก็หุบลงเมื่อเห็นว่ามีอะไรที่แปลกๆไป
“พี่คีกวังไปไหนน่ะ?”
ดวงตาโตที่ยังเปิดแหล่มิเปิดแหล่มองซ้ายขวา แต่ก็ไม่เห็นคนตัวเล็กที่บ่นถึงเลย บรรยากาศในห้องเงียบลงทันใด ไม่นานคิมจียง ผู้จัดการวงหน้าตาน่ารักก็พูดสวนความเงียบขึ้นมา
“คีกวังต้องรีบไปถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้าน่ะ เค้าออกไปตั้งแต่นายยังไม่ตื่นแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้ดงอุนเงียบไปทันที วันเกิดเค้าแท้ๆ แทนที่จะได้อยู่กันครบทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา แถมคนที่หายไปยังเป็นคนที่เค้าอยากจะให้อยู่ด้วยในตอนนี้มากที่สุด (ถ้าไม่นับพ่อกับแม่นะ)
“เฮ้ย! วันเกิดตัวเองอย่าทำหน้าแบบนี้สิ เดี๋ยวก็ได้เจอกันตอนงานเสร็จอยู่ดีล่ะ”
ฮยอนซึงเดินไปลูบหลังน้องที่ทำหน้าเป็นลูกหมาหงอย และจากนั้นจุนกอนก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองเร็วๆ เพื่อจะได้ไปทำงานตามตารางให้เสร็จ
................................................................................
.....................................................................
............................................................
......................................................
................................................
.........................................
ห้องพักเงียบลงไปทันตาเมื่อสมาชิกทุกคนออกไปจากห้องพักแล้ว แต่อีก 20 นาทีต่อมาห้องพักก็ถูกเปิดออกพร้อมเสียงคลิกเบาๆเป็นการเปิดล็อกกุญแจห้อง
คนตัวเล็กในชุดเสื้อยืดเดินย่องเข้ามาในห้องพร้อมเปิดไฟ ในมือถือถุงพลาสติกใส่อุปกรณ์ต่างๆสำหรับทำอาหารที่ดูจะหนักมากและวางมันบนโต๊ะอย่างแรง เมื่อวางเสร็จแล้วก็ขยับแขนไปมาคลายความปวด
ถึงอีคีกวังจะมีกล้ามก็เหอะ แต่ถ้าถือของหนักนานๆมันก็เมื่อยได้เหมือนกันนะ - -
ไม่นานนักหลังจากหายปวดเมื่อย คีกวังก็เริ่มค้นของในถุงของตัวเองว่ามีอะไรบ้าง สิ่งที่ค้นพบก็มีตำราสอนทำขนม 1 เล่ม ไข่ 1 แพ็ก แป้ง 1 กล่อง วนิลา 1 ขวด นม 1 กล่องใหญ่ น้ำตาล 1 กระปุกใหญ่ เกลือ 1 กระปุกเล็ก เนย ผงฟู ผลไม้ วิปปิ้งครีม และก็ เอ่อ... ผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานลายสิบโทเคโรโระ
คีกวังมองผ้ากันเปื้อนสีชมพูอย่างอนาถใจ - -* เค้าเองก็ไม่ได้อยากซื้อลายนี้หรอกนะ แต่มันเหลืออันสุดท้ายนี่ ให้ทำไงได้ล่ะ เอาเหอะ! ใส่ๆไปก่อน
คีกวังเริ่มต้นงานของตัวเองในไม่ช้าด้วยการเปิดตำราดูวิธีทำเค้ก อย่างแรกที่ต้องทำก็คือร่อนแป้ง ผงฟู และก็เกลือเล็กน้อยพักไว้ก่อน จากนั้นก็ อืม... ใส่เนยกับน้ำตาลคนให้เข้ากัน ว่าแต่น้ำตาล 1 ถ้วยตวงนี่มันขนาดเท่าไหร่กันนะ - -? เวร... ดันลืมซื้อถ้วยตวงมาด้วย
สงสัยกันล่ะสิ ว่าทำไมคีกวังต้องลำบากลำบนซื้อของพวกนี้มาทำเค้กเองทำไม ซื้อเค้กตามร้านเบเกอรี่มาก็ได้แล้ว ง่ายออกจะตาย
ก็วันนี้วันเกิดใครล่ะ >////< เค้าเองก็อยากจะเซอไพรซ์ดงอุนเหมือนกันนะ ถึงต้องให้พวกๆพี่ผู้จัดการกับสมาชิกในวงร่วมมือกันหลอกดงอุนว่าไปทำงานคนละที่ แต่ตัวเองกลับมาอยู่หอพักเนี่ย แถมเป็นการทำเค้กครั้งแรกในชีวิตอีกต่างหาก
1 ถ้วยตวงเท่าไหร่ไม่รู้ ใส่ๆไปก่อนเหอะ ไม่รู้รสชาติจะออกมาเป็นยังไง คนกินไม่ใช่เค้าเองอยู่แล้ว 555+
“อุ๊บ! หวา...”
เคร้งงงงงง!!!
จู่ๆไม้สำหรับคนเนยก็กระเด็นหลุดจากมือตกพื้น คีกวังสบถอย่างหัวเสียขณะที่กำลังรีบๆ ทำเค้กเสร็จเดี๋ยวก็จะต้องจัดโต๊ะอีก ดันมาหล่นตอนนี้ซะได้
“อ๊า... เปลือกไข่หล่น”
คนตัวเล็กร้องเบาๆเมื่อตอกไข่แรงเกินไปจนซากเปลือกไข่ตกลงไปกองรวมกับไข่แดงและไข่ขาวในชามด้วย มือเล็กค่อยๆเขี่ยออกมาทีละนิดๆ จากนั้นก็ใส่ไข่ที่ตอกแล้ว (ไม่รวมเปลือก - -) ลงไปรวมกับแป้งและเนยเพื่อคนให้เข้ากัน จากนั้นก็ตามด้วยวนิลา
ตอนนี้ใบหน้าขาวกับตัวเลอะไปด้วยแป้งและครีมมากมายที่ใช้ทำเค้ก คีกวังรอเค้กที่ใส่พิมเข้าไปอบในเตาอบอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อเสียงติ๊งดังขึ้น ก็ราวกับเป็นเสียงสวรรค์ของคีกวังเลยทีเดียว
เค้กที่ออกมาจากเตาอบส่งกลิ่นหอมน่ากินมาก เป็นการทำเค้กครั้งแรกที่คีกวังแน่ใจว่ารสชาติต้องออกมาดีแน่นอน
คีกวังฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะที่ปาดครีมบนเค้ก เมื่อเสร็จแล้วก็ใช้ผลไม้วางประดับหน้าเค้กอย่างสวยงาม แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่หรอก เพราะวิปปิ้งครีมมันดูจะเละๆไปหน่อย แถมผลไม้ที่วางประดับก็เอียงซะ แต่คีกวังก็คิดว่าได้เท่านี้ก็ฝีมือสุดๆแล้ว
“ไปจัดโต๊ะดีกว่า”
เค้กที่ทำเสร็จแล้วถูกนำเข้าตู้เย็นไว้ชั่วครู่ โต๊ะกินข้าวถูกนำมากางออกและมีดอกไม้สวยๆมาวางไว้กลางโต๊ะ แต่กระนั้นคีกวังก็รู้สึกเหมือนว่าลืมอะไรไปบางอย่าง
ตายห่...! O_o ลืมซื้อของขวัญให้ดงอุนไปซะสนิทเลย
คีกวังหันไปมองดูนาฬิกาลายสปันจ์บ๊อบข้างฝาบ้าน มันบอกเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลา 2PM แล้ว (บ่าย 2 โมงนั่นแหละ) และอีก 1 ชั่วโมง ทุกคนก็จะกลับมาที่ห้องพัก เค้าจะมีเวลาออกไปซื้อของให้ดงอุนทันมั๊ยเนี่ย?
................................................................................
.....................................................................
............................................................
......................................................
................................................
.........................................
“พี่จุนกอนขับรถเร็วๆหน่อยได้มั๊ยครับ - -*”
ดงอุนเร่งผู้จัดการวงให้รีบๆขับรถ จุนกอนเองก็จะเหยียบเกิน 120 อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ทันใจดงอุนเอาซะเลย
“ดงอุน! นี่มันบนทางหลวงนะ ถ้าอยากให้ถึงบ้านเร็วๆก็มาขับเองเลยดีกว่ามั๊ย”
จียงที่นั่งข้างๆคนขับหันมาเอ็ด ดงอุนนั่งเงียบไปในทันที แต่ก็ยังหงุดหงิดอยู่ไม่ใช่น้อยๆ
ฮยอนซึงที่นั่งอยู่เบาะหลังกดโทรศัพท์อย่างว่องไวและให้จุนฮยองที่นั่งหลังด้วยกันมาบังตัวเองไว้ ปลายทางไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นเพื่อนร่วมวงที่เตรียมเซอไพรซ์อยู่ที่หอพักนั่นเอง
“ยอโบเซโย...”
“นี่ฮยอนซึงนะคีกวัง ได้ยินฉันมั๊ย ฉันพูดดังๆไม่ได้ เดี๋ยวดงอุนจะได้ยินเข้า”
“ได้ยินอยู่ มีอะไรเหรอฮยอนซึง”
“ฉันว่าไม่ใช่อีกชั่วโมงจะไปถึงแล้วล่ะ ฉันว่ามันน่าจะเป็นอีกครึ่งชั่วโมงมากกว่า นายเตรียมอะไรเสร็จรึยัง?”
“ห๊า! อีกครึ่งชั่วโมง ฉันยังไม่ได้ซื้อของขวัญอะไรให้ดงอุนเลยอ่ะ จะไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วย ทำไงดีๆๆๆ”
“ไม่รู้แล้ว ฉันบอกนายแค่นี้ล่ะ ของขวัญน่ะไม่ต้องก็ได้มั้ง แค่นายทำเค้กให้ เจ้านี่ก็คงมีความสุขจนจุกอกตายแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนนะ ดงอุนหันมามองแล้ว บาย...”
ฮยอนซึงกดวางสายแล้วยิ้มให้กับน้องเล็กที่หันมามองอย่างสงสัย จนเมื่อดงอุนหันกลับไป คู่รักเด็กแนวที่นั่งหลังด้วยกันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
คีกวังมองโทรศัพท์ที่เพิ่งวางหูไปด้วยสายตาเครียด ถึงเค้าจะทำเค้กให้ดงอุนแล้วก็เถอะ แต่ถ้าไม่ให้ของขวัญอะไรในวันเกิดเลย มันก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ดวงตาเรียวมองไปยังลิ้นชักที่ใส่ของต่างๆไว้ทั้งกรรไกร มีดพับ ด้าย เข็ม ซึ่งมีไว้สำหรับเวลาที่จุนฮยองจะอยากซ่อมเสื้อผ้าตัวเองให้ดูแนวๆบ้าง ในนั้นมีริบบิ้นสีน้ำเงินอันใหญ่อยู่ด้วย ซึ่งเจ้านี่ทำให้คีกวังคิดอะไรบางอย่างออก
ไม่นานนัก รถตู้เดินทางมาถึงหอพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดงอุนที่นั่งใกล้ประตูรถรีบเปิดมันเพื่อจะออกไปข้างนอก แต่ดูจุนดึงตัวไว้ก่อนชั่วครู่
“มีอะไรเหรอพี่”
“คือจะบอกว่าพวกเราทุกคนเตรียมของขวัญไว้ให้นายบนห้องแล้วนะ แต่พวกเราอยู่ฉลองกับนายไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยนะดงอุน”
“ทำไมอ่ะ พวกพี่ๆมีงานต่อเหรอ - -?”
“ไม่มีหรอก แต่ไม่อยากขัดจังหวะนายกับ... อุ๊บ!”
โยซอบที่กำลังจะพูดโดนดูจุนที่นั่งข้างๆกันปิดปากไว้ก่อนที่จะได้หลุดอะไรออกมา ดูจุนหันไปยิ้มแห้งๆให้น้องเล็กที่ยังคงยืนงง
“ขึ้นห้องไปก่อนเหอะดงอุน พอดีมีธุระกัน อาจจะกลับห้องไปช้าหน่อยน่ะ”
จุนกอนบอก แล้วทั้งหมดก็ปิดประตูออกรถทันที ดงอุนเดินขึ้นห้องไปด้วยการซึมอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ใจร้ายกับดงอุนไปหน่อยเหรอพี่ น้องมันเดินหูตกหางตกไปแล้วนะ”
โยซอบถามขณะที่รถตู้ของพวกเขาเดินทางไปที่บริษัทคิวบ์
“เดี๋ยวพอดงอุนนี่เจอกับของขวัญบนห้องก็จะนึกขอบคุณพวกเราเองล่ะ”
จียงหัวเราะ ทุกคนต่างพากันยิ้มอย่างมีความสุข
ขอให้ใช้เวลากับของขวัญอย่างคุ้มค่านะ น้องเล็กที่รักของพวกพี่ๆ เหอๆๆ
................................................................................
.....................................................................
............................................................
......................................................
................................................
.........................................
ดงอุนขึ้นลิฟต์แล้วเดินไปที่ห้องตัวเองอย่างช้าๆ เมื่อบิดลูกบิดประตูก็พบว่าคีกวังยังไม่ได้กลับมาที่ห้องจริงๆ แต่ถึงกระนั้นก็ลองกดกริ่งดู
คีกวังรีบวิ่งมาดูจอมอนิเตอร์อย่างรีบร้อน เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องเป็นดงอุน คีกวังเองก็ถึงกับใจเต้นตุบด้วยความตื่นเต้นพร้อมพยายามสงบสติอารมณ์ไว้ ก่อนจะวิ่งไปปิดสวิชต์ไฟฟ้าให้ดับทั้งห้อง
ดงอุนใช้คีย์การ์ดของตัวเองเปิดเข้ามาในห้อง พยายามเปิดไฟแต่มันก็ไม่ติดเลย
จากนั้นแสงไฟที่วูบไหวอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับเสียงเล็กๆที่ดงอุนอยากได้ยินมาทั้งวันก็ลอยเข้ามาในหู รอยยิ้มละมุนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เค้กวนิลาก้อนเล็ก เทียนน้อยๆ 1 เล่ม และคนน่ารักที่ถือมันอยู่ตรงหน้าทำให้หัวใจของดงอุนพองโตอย่างประหลาด
“Happy Birthday to you
Happy Birthday to you
Happy Birthday my Dongwoon
Happy Birthday to you~”
เสียงนั้นจบลงพร้อมรอยยิ้มที่แสนน่ารัก ดงอุนหลับตาอทิษฐานไม่นาน และเป่าเทียนเล่มนั้นจนดับ ความมืดกลับมาสู่ห้องอีกครั้ง
คีกวังวางเค้กลงและสับไฟทุกดวงให้กลับมาสว่างเหมือนเดิม และทันทีที่ห้องสว่าง เอวเล็กก็ถูกครอบครองโดยอ้อมแขนของคนตัวสูงที่กอดจากทางด้านหลังด้วยความรัก
“มีความสุขจังเลย พี่คีกวัง”
คีกวังวางมือบนท่อนแขนที่โอบเขาไว้อย่างมีความสุขเช่นกัน ทั้ง 2 กอดกันอยู่อย่างนั้น จนคีกวังหันหน้าไปหาและพูดกับเขา
“นี่! พี่ทำเค้กไว้ให้นายน่ะ ลองชิมหน่อยมั๊ย”
“จริงเหรอ *-* นี่พี่อยู่ที่นี่ทั้งวันเพื่อทำเค้กให้ผมเหรอ น่ารักจังเลย”
“อย่าทำเสียงแบบนี้น่า จั๊กจี้ อ๊ะ!”
คีกวังสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลิ้นอุ่นๆตวัดแนบเข้าที่แก้มนุ่มซึ่งเปื้อนครีมอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของคีกวังขึ้นสีแดงไปทั้งหน้า ดงอุนมองภาพน่ารักตรงหน้าด้วยแววตาระยิบระยับ
“อร่อยจริงด้วย หวานมากๆเลยล่ะ”
คนตัวเล็กตีเข้าที่แขนดงอุนด้วยความเขิน ปากพึมพำมุบมิบแต่ได้ยินชัดเจนว่า “ไม่ใช่ที่ติดอยู่บนแก้ม”
ทั้งคู่ไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวเพื่อกินเค้กที่คีกวังทำให้ ดอกไม้สีสวยบนโต๊ะสร้างบรรยากาศให้สดชื่นมากขึ้นไปอีก คีกวังรู้สึกดีเมื่อดงอุนบอกว่าเค้กอร่อย แต่รสชาติหวานมากไปนิด
“คงใส่น้ำตาลเยอะไปจริงๆด้วย ขอโทษนะ พอดีไม่ได้ซื้อถ้วยตวงมาน่ะ”
“พี่ทำอะไรให้ผมก็อร่อยทุกอย่างแหละ ต่อให้หวานกว่านี้ เค็มกว่านี้ ขมกว่านี้ หรือเผ็ดกว่านี้ก็ตาม”
คำพูดของดงอุนทำให้คีกวังต้องกอดเข่าซ่อนใบหน้าของตัวเองที่ยิ้มไม่หุบ คนตัวสูงเขยิบเข้ามาใกล้ๆและโอบคีกวังไว้หลวมๆ
“จริงสิ... แล้วของขวัญของผมล่ะ”
คีกวังเงยหน้าขึ้นมามองดงอุนด้วยความตกใจและเม้มปากอวบๆแน่น
“คือว่า... พี่เตรียมให้แล้วล่ะ แต่นายต้องหลับตาก่อน เดี๋ยวจะไปเอามาให้”
“หลับตาเหรอ? นานเท่าไหร่ล่ะ”
“จนกว่าจะบอกให้ลืมตาแล้วกัน”
ดงอุนหลับตาลงช้าๆและปล่อยคีกวังให้วิ่งเข้าไปในห้องนอน ประมาณ 20 วินาทีได้ คีกวังก็กลับมา
“ลืมตาได้แล้ว ซนดงอุน”
คนที่หลับตาอยู่ค่อยๆลืมตาตามคำบอก ดวงตาค่อยๆปรับแสงให้ชินกับแสงสว่าง และเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดงอุนก็ยิ้มหน้าบานจนแทบจะดึงคีกวังเข้ามากอดแรงๆซักที
คีกวังนั่งอยู่ด้านหน้าดงอุน แต่มีสิ่งที่แปลกไปคือริบบิ้นผ้าสีน้ำเงินที่ผูกตรงคอเป็นโบว์อย่างน่ารักพร้อมรอยยิ้มที่ยิ้มจนตาหยี
“ชอบของขวัญมั๊ย *-*”
ของขวัญถามอย่างซื่อๆ ดงอุนโผกอดของขวัญอย่างเต็มอยากขณะที่ใจเต้นตุบๆ
“ชอบมากๆเลย ผมอยากเล่นกับของขวัญรับวันเกิดแล้วล่ะพี่คีกวัง”
ดงอุนถอดริบบิ้นสีน้ำเงินออกแล้ววางไว้ข้างๆ คีกวังยังไม่ทันได้ตอบ ริมฝีปากนิ่มของของขวัญก็ถูกบดเบียดอย่างเบาๆจากริมฝีปากเจ้าของวันเกิดอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ทั้ง 2 จะลงไปนอนกับพื้นห้อง
จูบนั้นบางเบาแต่ไม่จืดชืดนัก เป็นรสหวานบางๆไม่เหมือนเค้กที่หวานจัด คีกวังโอบคอดงอุนไว้และกุมศีรษะที่เลื่อนจูบลงมาถึงลำคอขาว ใบหน้าน่ารักหอบหายใจถี่ รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องลงเอยแบบนี้ แต่เขาก็ยอม เพราะมันเป็นวันเกิดของคนที่เค้าให้ความสำคัญที่สุด
................................................................................
.....................................................................
............................................................
......................................................
................................................
.........................................
“คนทำเค้กอร่อยกว่าเค้กเยอะเลยนะเนี่ย”
เสียงพูดนุ่มๆกระซิบแผ่วข้างใบหูนิ่มที่ถูกขบเบาๆ มือข้างหนึ่งของดงอุนเลื่อนต่ำลงมายังจุดไวต่อความรู้สึกและลูบช้าๆ
“ได้เวลาแกะห่อของขวัญแล้ว”
“อย่าพูดทะลึ่งๆแบบนี้ได้มั๊ย อืม...”
ริมฝีปากนุ่มถูกประกบลงมาอีกหลายครั้งอย่างไม่รู้จักพอ คนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงบางอย่างของตัวเองที่นูนขึ้นมาจากใต้กางเกงผ้าบางๆซึ่งถูกกระตุ้นโดยใบหน้าดูดีตรงหน้า เสื้อยืดถูกเลิกขึ้นสูงจนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นลอนสวยปรากฏให้เห็น
ดวงตาของดงอุนมีประกายเจ้าเล่ห์ขณะที่กำลังเล่นกับของขวัญ มือหนาเลื่อนมาที่หน้าท้องเป็นลอนและยอดอกสีเข้มอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากแต่งแต้มรอยรักแสดงความเป็นเจ้าของทุกที่ที่ต้องการ ผิวเนื้อขาวที่ถูกขบมีรอยแดงจางๆเกือบชมพูอยู่เต็มร่างกายสวยๆนั้น แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆจากการหอบหายใจ
กางเกงตัวบางถูกถอดออกมาจนถึงข้อเท้า มือของดงอุนสั่นขณะที่ทำเช่นนั้น และคนตัวสูงเองก็รู้สึกถึงความต้องการในร่างกายของตน ซึ่งก็นูนออกมาที่เดียวกันเหมือนของคีกวัง ดงอุนแยกเรียวขาของคนตัวเล็กออกกว้าง ก่อนจะก้มหน้าลง และใช้ปากห่อหุ้มสิ่งที่ตั้งชันขึ้นมา
“อ๊ะ... ดงอุน... รู้สึกดีจังเลย...”
คีกวังกัดริมฝีปากอิ่มของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ต้องการมากกว่านี้ แก่นกลางอยู่ในโพรงปากอุ่นๆซึ่งกำลังทำหน้าที่มอบความสุขให้จนเจียนจะระเบิดออกมา
ดงอุนใช้ปากทำหน้าที่ตรงนั้นอยู่นานก่อนจะเปลี่ยนที่มายังกลีบเนื้อสีชมพูด้านล่าง ลิ้นเรียวแทรกเข้าด้านในเป็นการเบิกทาง ร่างเล็กบิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่าน มือแม้พยายามจะดันศีรษะทุยๆออกไปเพื่อไม่ให้ตัวเองเตลิดไปมากกว่านี้ แต่ก็ยากซะเหลือเกิน
“อื๊ม...”
เสียงครางดังลอดออกมาแม้จะพยายามเก็บไว้ โพรงปากอุ่นเลื่อนกลับไปยังแท่งเนื้อสีอ่อนอีกครั้ง ละเลียดอย่างเบาๆและอ่อนโยนราวกับของเปราะบาง จนกระทั่งคีกวังเองรู้สึกถึงบางอย่างของตนเองที่ปลดปล่อยออกมาสู่โพรงปากที่กอบกุมอยู่นั้น
คนตัวสูงมอบจูบอันอ่อนโยนให้อีกครั้ง ซึ่งมันเต็มไปด้วยรสชาติที่ปล่อยออกมาจากตัวคีกวังเอง ดวงตาของทั้งคู่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนาที่มากกว่านี้
ดงอุนถอดกางเกงตัวหนาของตัวเองออกอย่างลำบากเล็กน้อย บางอย่างที่รอคอยอยู่ใต้ร่มผ้าทำให้คีกวังต้องเสมองทางอื่นด้วยความอายเล็กน้อย เพราะปกติก็ไม่ได้ว่าจะเห็นชัดหรือต้องการมันมากขนาดนี้เลยซักครั้ง
“พี่คีกวัง... ถ้าเจ็บก็บอกผมได้นะ”
ใบหน้าหล่อเหลามองด้วยสายตาเป็นห่วงขณะที่ค่อยๆใส่ของตัวเองเข้าไปในช่องทางสีชมพูเข้มนั่น คีกวังเบ้ปากเล็กน้อยและปิดตาแน่นด้วยอาการจุก แต่กระนั้นปากก็ยังอุตส่าห์เสียได้อีก
“ก็ลองให้ฉัน... ทำแบบนี้กับนาย... มั๊ยล่ะ... อะ...อ๊า...”
ดงอุนหัวเราะกับร่างข้างใต้ของตัวเอง หอบขนาดนี้ ครางกระเส่าขนาดนี้ก็ยังปากเสียใส่เขาได้อีก
“มีของขวัญที่ไหนดื้อกับเจ้าของขนาดนี้บ้างเนี่ย”
ปาดเหงื่อที่หน้าผากเล็กน้อยและค่อยๆดันตัวเองเข้าไปจนสุดทาง คีกวังเบิกตาโตขึ้นด้วยอาการจุก แต่สักครู่ก็ปรับตัวให้ชินได้
ร่างด้านบนขยับเข้าออกอย่างช้าๆเป็นจังหวะ มือของทั้งคู่สอดประสานกัน ริมฝีปากเพียรแตะเล็มอย่างแผ่วเบา แม้จะไม่แสดงออกมาเป็นคำพูดมากนัก แต่สายตาของทั้งคู่ที่จ้องมองกัน ความอ่อนหวานของรสจูบ ความอ่อนโยนของจังหวะท่วงท่า ก็แสดงได้ถึงคำพูดที่เปี่ยมไปด้วย[b]รัก[/b]อย่างเข้าใจกันดี
จังหวะเองถูกแปรเปลี่ยนให้เร็วถี่ขึ้น แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน เสียงหอบถี่และอุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับร่างกายจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คีกวังรู้สึกได้ถึงบางสิ่งอุ่นๆของดงอุนที่ถูกปลอดปล่อยเข้ามาในตัวของเขาเอง และไหลหยดออกมาจากช่องทางสีชมพูเข้มนั้นเมื่อดงอุนถอนกายออกมา
ริมฝีปากอ่อนนุ่มของทั้งคู่ยังคงไม่ผละจากรสจูบของอีกฝ่าย แม้จะอ่อนโยนแต่คราวนี้ก็ดูจะรุนแรงขึ้น ราวกับต้องการอีกครั้ง คีกวังโอบแขนรอบไหล่กว้างของคนตัวสูงไว้ราวกับไม่อยากให้จากไปไหน
“ตรงนี้มันเลอะขนาดนี้แล้วนะ ไปทำความสะอาดซักหน่อยดีมั๊ย?”
ดงอุนสอดนิ้วเข้าไปยังช่องทางที่เปียกชุ่ม ซึ่งก็ตอดรัดกับนิ้วที่สอดเข้าไป คีกวังไม่พูดอะไรนอกจากจะเขยิบเข้าในอ้อมกอดดงอุนแน่นขึ้นอย่างรู้กัน เจ้าของวันเกิดยิ้มกระหยิ่มและอุ้มคีกวังขึ้น แม้ดูภายนอกเหมือนคีกวังจะตัวหนัก แต่ดงอุนเองก็อุ้มคนๆนี้ได้สบาย
ประตูห้องน้ำถูกเปิดขึ้นก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเข้าไป และเมื่อมันปิดลงพร้อมล็อกกลอนไว้เรียบร้อย ก็น่าจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อในห้องน้ำ...
................................................................................
.....................................................................
............................................................
......................................................
................................................
.........................................
เวลาประมาณตี 1 ได้ เหล่าสมาชิกและพี่ๆผู้จัดการก็กลับมาที่ห้องพักกัน ดงอุนเดินไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้มแป้นบนใบหน้า
“คีกวังเป็นยังไงบ้างเนี่ยดงอุน”
แทนที่จะถามเจ้าของวันเกิดที่ยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง แต่จุนฮยองกลับถามถึงสมาชิกอีกคนหนึ่งแทน แทบไม่อยากจะคิดถึงว่าตั้งแต่บ่าย 3 โมงถึงเที่ยงคืนจะเป็นยังไง แถมโทรอะไรไปก็ไม่รับสายเลยทั้งคู่ และพอโทรหาคีกวังติดตอนประมาณ 3 ทุ่มก็มีเสียงอะไรแปลกๆลอดออกมาจนทำชาวบ้านชาวช่องหน้าแดงกันไปหมด
“พี่คีกวังหลับอยู่ ถ้าจะเข้านอนก็เงียบๆหน่อยนะ”
ดงอุนหลบทางเดินให้ทุกคนเข้าไปในบ้าน ฮยอนซึงกับดูจุนที่เดินเอาของไปเก็บที่ห้องนอนถึงกับตาโตเมื่อเห็นคีกวังหลับสนิทอยู่ที่เตียงตัวเองและมีผ้าห่มคลุมตั้งแต่หน้าอกลงไป คอกับไหล่ขาวๆที่โผล่พ้นเสื้อกล้ามมีรอยสีชมพูอยู่เต็มไปหมด
“เด็กๆนี่มันมีแรงเยอะจริงๆเลยแฮะ”
จุนกอนที่เดินตามเข้ามาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่เสียงพูดดังจนจียงหันไปมองตาขวาง กล้าพูดแบบนี้ออกมาต่อหน้าน้องๆได้ยังไงวะเนี่ย - -*
“ของขวัญของพี่ๆเป็นยังไงบ้างล่ะดงอุน ปีหน้าอยากได้แบบนี้อีกมั๊ย ^^”
โยซอบถามกลับ แต่คำตอบนั้นอ่านได้จากสีหน้าของดงอุนเองอยู่แล้ว
“ไม่ต้องรอถึงปีหน้าหรอกพี่ยังโย และไม่ใช่แค่ปีนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปีที่แล้ว ปีนี้ ปีหน้า หรือปีไหนๆ พี่คีกวังเองก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ผมมีอยู่แล้วล่ะ”
ประโยคโรแมนติกนั้นทำให้คนอื่นที่ได้ยินยิ้มตาม ถึงจะแอบเลี่ยนก็เถอะ ถ้าคีกวังตื่นมาได้ยินก็คงยิ้มไม่หุบแน่ๆละ
คำพูดนั้นของดงอุนเองก็ได้ยินไปถึงคนที่กำลังหลับสนิทในความเข้าใจของทุกคนเช่นกัน รอยยิ้มหวานเล็กๆก็ปรากฏที่มุมปากอย่างมีความสุข
…End…
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องแรกที่เอามาลงบล็อกนี้รับวันเกิดดงอุนนี่ที่รักเลยนะเนี่ย -3-
คอมเม้นติชมกันด้วยนะคะ อย่างน้อยแค่เม้นมาจุดเดียวก็ยังดี เราก็ยังได้รู้ว่ามีคนอ่านฟิคของเรา
ปล. สุขสันต์วันเกิดอีกรอบนะดงอุน -3- ขอให้เจ้าชายอาหรับหล่อขึ้น รั่วขึ้น น่ารักขึ้น คิดคีกวังได้คีกวัง (555+)
edit @ 6 Jun 2010 01:06:36 by sob2stfic

ถูกใจจริงจังกับทุกอย่างที่เปนNC
กร๊ากกกกกกกกก
HBD อุ่นด้วยคน
#1 By theJING'z* on 2010-06-06 01:27